HOKKAIDO LAVENDER 6D4N BY TG

Hilights Duration Airline Price
หมู่บ้านราเมง-สวนสัตว์อาซาฮียามะ-พิพิธภัณฑ์หิมะและน้ำแข็งคามิคาวะ-เมืองอิเบะ-บ่อน้ำสีฟ้า-สวนดอกไม้ชิกิ ไซ โนะ โอกะ-ฟุราโน่-ฟาร์มโทมิตะ-สวนเชอร์รี่-คลองโอตารุ-พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี&เครื่องแก้ว-โรงงานช็อคโกแลต-ซัปโปโร-ศาลเจ้าฮอกไกโด-ที่ทำการรัฐบาลเก่าฮอกไกโด-หอนาฬิกาฮอกไกโด-มิตซุย เอ้าท์เล็ต-ช้อปปิ้งถนนคนเดินทานูกิและซูซูกิโนะ 6D4N TG 54,900 THB
วันที่
1

วันแรก สนามบินสุวรรณภูมิ

20.00 น.          พร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริเวณชั้น 4 (ชั้นผู้โดยสารขาออก) ประตูทางเข้าที่ 2 เคาน์เตอร์ C เพื่อเตรียมตัวเดินทาง นำท่านผ่านขั้นตอนการเช็คอินของ สายการบินไทย โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยต้อนรับเพื่ออำนวยความสะดวกในเรื่องของเอกสาร ตลอดจนสัมภาระในการเดินทางของท่าน

23.45 น.           เหินฟ้าสู่ ประเทศญี่ปุ่น โดยสายการบินไทย แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ TG670 (ใช้เวลาในการเดินทาง 6.45 ช.ม.)

วันที่
2

วันที่สอง สนามบินชิโตเซ่ – หมู่บ้านราเมง – สวนสัตว์อาซาฮียามะ – พิพิธภัณฑ์หิมะและน้ำแข็งคามิคาวะ

08.30 น.

ถึง สนามบินชิโตเซ่ เกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น (เวลาท้องถิ่นญี่ปุ่นเร็วกว่าไทย 2 ชั่วโมง)

นำท่านผ่านพิธีศุลกากรและตรวจคนเข้าเมือง พร้อมตรวจเช็คสัมภาระเรียบร้อยแล้ว

นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านราเมนอาซาฮิคาว่า : ที่ราเมนของที่นี่มีรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์และได้รับการกล่าวขานถึงความอร่อยมายาวนานกว่าทศวรรษหมู่บ้านราเมนอาซาฮิคาว่าได้ถือกำเนิดขึ้นในปี 1996 โดยรวบรวมร้านราเมนชื่อดังของเมืองอาซาฮิคาว่าทั้ง 8 ร้านมาอยู่รวมกันเป็นอาคารหลังคาเดียว เสมือน!!ไฮไลท์ หมู่บ้านราเมนที่รวบรวมร้านดังขั้นเทพไว้ในที่เดียว!!และยังมีห้องเล็กๆที่จัดแสดงประวัติความเป็นมาขอหมู่บ้านแห่งนี้ให้สำหรับผู้ที่สนใจได้มาศึกษาอีกด้วย ทุกๆร้านจะสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวของร้านตนเองขึ้นมาเพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้า เช่น ร้าน Asahikawa Ramen Aoba ที่แสนภาคภูมิใจในความเป็นราเมนเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดในอาซาฮิคาว่า หรือ จะเป็นร้าน Ramen Shop Tenkin ที่เชื่อมั่นในน้ำซุปของตัวเองว่าเป็นหนึ่งไม่แพ้ใครที่สำคัญ ราเมง ถือเป็นอาหารเมนูยอดนิยมของคนญี่ปุ่น เพราะด้วยความที่กินง่ายและมีรสชาติที่หลากหลายจึงเป็นที่ถูกใจของคนญี่ปุ่นทุกเพศทุกวัย

กลางวัน      บริการอาหารกลางวัน ณ หมู่บ้านราเมง (1)

สวนสัตว์อาซาฮิยาม่า : สวนสัตว์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของเกาะฮอกไกโด ซึ่งในแต่ละปีจะมีผู้เข้าชมความน่ารักของ สัตว์ต่าง ๆ ที่ไม่ได้ถูกกักขังในกรงแบบที่ท่านเคยเห็นในสวนสัตว์ทั่ว ๆ ไปถึงกว่าปีละ 3 ล้านคนจากทั่วโลก โดยสวนสัตว์แห่งนี้ได้มีแนวความคิดที่ว่า สัตว์ต่าง ๆ ควรที่จะอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีและเป็นไปตามธรรมชาติของสัตว์นั้น ๆ จึงทำให้ ทุกท่านได้สัมผัสถึงชีวิตความเป็นอยู่ที่แท้จริงของสัตว์แต่ละประเภท อาทิเช่น นกเพนกวินแสนรู้ หมีโพลาขั้วโลกเหนือตัวใหญ่ ขนาดความยาวของลำตัว 3 เมตร ชมลีลาการว่ายน้ำของแมวน้ำอายุ 4 ปี หมวดลิงต่าง ๆ อาทิเช่น ลิงอุรังอุตัง ที่ปืนป่ายบน เครื่องห้อยโหนบนที่สูงถึง 17 เมตรได้อย่างสบาย ๆ ลิงภูเขากว่า 30 ตัว หมีสีน้ำตาลยักษ์แห่งเกาะฮอกไกโด สิงโตเจ้าป่า และเพื่อนร่วมสวนสัตว์อื่น ๆ อีกมาก

พิพิธภัณฑ์น้ำแข็ง (ICE PAVILLION) : เมืองคามิคาวะ เป็นสถานที่จัดแสดงงานศิลปะจากหิมะ ชื่นชมกับผลงานการปั้นตุ๊กตาหิมะและการแกะสลักหิมะโดยผลงานเหล่านี้เป็นผลงานของเหล่าบรรดาศิลปินที่มีชื่อเสียง นอกจากนี้ภายในถ้ำยังมีความสวยงามของหิมะที่เหมือนกับอยู่ในถ้ำหินงอกหินย้อยให้ท่านได้สัมผัสความหนาวเย็นกับอุณหภูมิ -41 องศาเซลเซียส พบกับความน่ารักของนางฟ้าทะเล คลีโอเน่ (Sea Angle) อิสระให้ท่านได้บันทึกภาพความประทับใจ

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก SOUNKAKU HOTEL หรือเทียบเท่า (2)

ค่ำ          บริการอาหารค่ำ ณ โรงแรม

หลังรับประทานอาหารค่ำ ให้ท่านสัมผัสกับการอาบน้ำแร่ญี่ปุ่น (ออนเซ็น)

วันที่
3

วันที่สาม เมืองบิเอะ – บ่อน้ำสีฟ้า – สวนดอกไม้ชิกิ ไซ โนะ โอกะ – ฟุราโน่ – ฟาร์มโทมิตะ – TOMITA MELON HOUSE

เช้า          บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (3)

สระอะโออิเคะ (Aoiike) หรือสระน้ำสีฟ้า (Blue Pond) : ตั้งอยู่ฝั่งซ้ายของแม่น้ำ Bieigawa ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองบิเอะ นอกเมืองน้ำพุร้อนชิโรกาเนะ(Shirogane Onsen) ห่างจากเทือกเขา Tokachi ประมาณ 2.5 กิโลเมตร ตั้งชื่อตามสีของน้ำที่เกิดจากแร่ธาตุตามธรรมชาติ โดยเพิ่งเกิดขึ้นจากการกั้นเขื่อนเพื่อป้องกันไม่ให้โคลนภูเขาไฟ Tokachi ที่ปะทุขึ้นเมื่อปี 1988 ไหลเข้าสู่เมือง จากลานจอดรถใช้เวลาเพียง 5-10 นาทีในการเดินผ่านป่าไปยังสระน้ำ ยังไม่ได้เป็นที่ท่องเที่ยวที่นิยมมากนัก

สวนดอกไม้ ชิกิไซ โนะ โอกะ : ที่นี่มีพันธุ์ดอกไม้ประมาณ30ชนิดจัดแสดง ตั้งแต่ดอกลาเวนเดอร์ ,ดอกดาวกระจายดอกลูพินและดอกทานตะวัน คุณสามารถสนุกสนานตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิจนถึงฤดูใบไม้ร่วงของทุกๆปี มันเปิดให้เข้าชมตลอดทั้งปี ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนจนถึงสิ้นเดือนตุลาคมในช่วงฤดูสีเขียว

กลางวัน          บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (4)

ฮอกไกโด ทุ่งลาเวนเดอร์ ฟาร์มโทมิตะ : สวนสวยแห่งนี้มีดอกลาเวนเดอร์ที่ปลูกโดยครอบครัวโทมิตะที่ได้มี การสืบทอดมากว่า 70ปี เริ่มจากการปลูกเพื่อชมความงามเป็นภายในครอบครัว โดยได้นำต้นลาเวนเดอร์มาจากประเทศฝรั่งเศส จากนั้นภายในเวลา 3 ปี ได้นำดอกลาเวนเดอร์มาสกัดน้ำหอมจากลาเวนเดอร์และได้ความนิยมด้วยเวลา 33 ปี ก็สามารถขยายพื้นที่ปลูกได้ผลผลิต จนมีชื่อเสียงมาจนถึงปัจจุบัน  ทุ่งลาเวนเดอร์ที่ฟูราโน่มีอยู่มากมายนับไม่ถ้วน แต่ทุ่งลาเวนเดอร์ของลุงโทมิตะ มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานมาตั้งแต่ปี 1958 ลุงโทมิตะเป็นผู้บุกเบิกและก่อร่างสร้างฟาร์มลาเวนเดอร์เป็นที่แรกๆ ด้วยความพยายามอย่างไม่ย่อท้อแม้จะประสบกับมรสุมชีวิตและอุปสรรคมากมาย ประกอบกับความรักและหลงใหลในเสน่ห์ของดอกไม้สีม่วงอย่างลาเวนเดอร์ จนในที่สุดฟาร์มโทมิตะของลุงโทมิตะก็ประสบความสำเร็จ กลายมาเป็นทุ่งลาเวนเดอร์อันโด่งดังที่สุดในปัจจุบันได้คำแนะนำ ปกติแล้วฟาร์มโทมิตะจะเปิดให้เข้าชมได้เกือบทั้งปี สำหรับช่วงเวลาที่ดีที่สุดของดอกลาเวนเดอร์คือช่วงปลายเดือน มิ.ย. – ก.ค. ส่วนช่วงอื่นๆ ก็จะมีดอกไม้ให้ชมแตกต่างกันไป TOMITA MELON HOUSE : ให้ท่านเพลิดเพลินกับการชิมเมล่อนสไลด์ ท่านละ 1 ชิ้น!! พร้อมเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ทำจากเมล่อน เช่น ไอศกรีม ขนมปัง ขนมเค้ก เป็นต้น

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก  SAHORO RESORT  หรือเทียบเท่า

ค่ำ          บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม (5)

หลังรับประทานอาหารค่ำ ให้ท่านสัมผัสกับการอาบน้ำแร่ญี่ปุ่น (ออนเซ็น)

วันที่
4

วันที่สี่ สวนเชอรี่ – คลองโอตารุ – พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี&เครื่องแก้ว – โรงงานช็อกโกแลต – ซับโปโร

เช้า          บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (6)

สวนเชอรี่ : สัมผัสประสบการณ์เก็บเชอรี่สดๆจากต้น และรับประทานกันอย่างจุใจ (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในขณะนั้น)  จากนั้นท่านเดินทางสู่ เมืองโอตารุ หนึ่งในเมืองโบราณ ที่เคยเป็นเมืองท่าสำคัญทางตอนเหนือของญี่ปุ่น ในเกาะฮอกไกโดนี้ (ในสมัยก่อนใช้ในการขนถ่ายสินค้า และทำการประมง โดยเฉพาะปลาเฮอร์ริ่ง จนได้ชื่อว่าเป็นWales of the North

กลางวัน          บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (7)

ชมความสวยงามและโรแมนติคของเมืองโอตารุด้วยการสรรสร้างอย่างลงตัวในสไตล์ ยุโรป จากนั้นนำท่านเก็บภาพความประทับใจกับวิวสุดแสนโรแมนติคของโกดังเก่าที่ สะท้อนบนผิวน้ำของ คลองโอตารุ (คลองสายวัฒนธรรมที่ดินแดนตะวันออกและตะวันตกผสมผสานกันได้อย่างลงตัว) และท่านยังสามารถเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองจากร้านค้าต่างๆ ของเกาะฮอกไกโด ที่ถูกดัดแปลงมาจากโกดังเมื่อสมัยก่อนได้อีกด้วย

พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีฮอกไกโด : ส่งเสียงต้อนรับท่านตั้งแต่ก้าวแรกทุก ๆ 15  นาที จากเสียงระฆังของนาฬิกาโบราณฮอกไกโดที่ตั้งเด่นอยู่หน้าอาคารที่ถูกสร้าง ขึ้นนานนับศตวรรษคู่กับเมืองโอตารุ ท่านจะได้ชมวิธีการผลิตกล่องดนตรีและเลือกซื้อกล่องดนตรีหลากหลายแบบหลากหลายขนาด หรือแม้แต่ออกแบบกล่องดนตรีของคุณเองที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก ร้านค้าเครื่องแก้วเป่าฮอกไกโด : ให้ท่านตื่นตากับความสวยงามของแก้วหลากสีสันดังอยู่ในโลกของจินตนาการ  พร้อมทั้งเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากแก้วเป่าฮอกไกโด ที่ส่องแสงแวววาว ราวคริสตัลล้ำค่าแต่ราคากลับย่อมเยา

โรงงานช็อกโกแล็ตอิชิยะฮอกไกโด : แหล่งผลิตช็อกโกแลตฮอกไกโดที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น  ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนดอกกุหลาบและพันธุ์ไม้นานาชนิดที่เบ่งบานรอการมา เยือนของนักท่องเที่ยวราวกับเดินอยู่ในดินแดนเทพนิยายให้ท่านสามารถได้ถ่ายรูปด้านนอกของโรงงานฮอกไกโด พร้อมทั้งเลือกชิมและเลือกซื้อช็อกโกแลตฮอกไกโดแบบต่าง ๆ ได้ตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ซัปโปโร

ค่ำ          บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (8)

นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก  APA  HOTEL  หรือเทียบเท่า

วันที่
5

วันที่ห้า ศาลเจ้าฮอกไกโด – ที่ทำการรัฐบาลเก่าฮอกไกโด – หอนาฬิกาฮอกไกโด - อิสระช้อปปิ้ง มิตซุย เอ้าเลท ช้อปปิ้งที่ถนนคนเดินทานูกิ และ ซูซูกิโนะ

เช้า          บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (9)

ศาลเจ้าฮอกไกโด (Hokkaido Shrine) : เป็นศาลเจ้าของศาสนาพุทธนิกายชินโตประจำเกาะฮอกไกโด สร้างขึ้นในปี 1871 ยุคเริ่มพัฒนาเกาะ ได้อัญเชิญเทพมาประทับทั้งหมด 4 องค์ จากศาลเจ้ามีพื้นที่เชื่อมต่อกับสวนมารุยามะ ในฤดูใบไม้ผลิเหมาะแก่การชมดอกซากุระบาน ในฤดูร้อน วันที่ 14-16 มิถุนายนของทุกปี จะจัดเทศกาล Sapporo Festival หรือ Sapporo Matsuri ซึ่งจะแห่ขบวนไปตามถนน

ที่ทำการรัฐบาลเก่าฮอกไกโด หรือ ทำเนียบอิฐแดง : สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1888  สถาปัตยกรรมนี้ถือ  เป็นสัญลักษณ์ของเมืองซัปโปโร สไตล์การสร้างของโดมแปดเหลี่ยมได้แบบมาจาก รัฐแมสซาชูเสทท์ สหรัฐอเมริกา ใช้ก้อนอิฐในการก่อสร้างประมาณ 2.5 ล้านก้อน ผู้ที่ออกแบบอาคารนี้เป็นสถาปนิกท้องถิ่น และใช้วัสดุภายในประเทศ อาคารนี้เคยเป็นอาคารที่ใหญ่และสูงที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นสัญลักษณ์ของรัฐบาลเมจิ ต่อมาถูกไฟไหม้ทำให้ต้องสร้างขึ้นมาใหม่ ในปี ค.ศ. 1911  ปัจจุบันได้อนุรักษ์ไว้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมและใช้สำหรับต้อนรับบุคคลสำคัญ ทางการเมืองของรัฐบาลญี่ปุ่น

กลางวัน          บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (10)

หอนาฬิกาฮอกไกโด : ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ประจำเมือง โดยนอกจากจะใช้บอกเวลาเที่ยงตรงแล้ว ยังเปรียบเสมือน สถานที่บอกเล่าเรื่องราวและวัฒนธรรมจากอดีตจนถึงปัจจุบันรวมเวลากว่า 100 ปี หอนาฬิกาแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1878 ซึ่งเป็นหอนาฬิกาที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้

มิตซุย เอ้าเลท : แหล่งรวมร้านค้าที่มีชื่อเสียงรวมทั้งสินค้าแบรนด์ดังทั้งในประเทศและต่างประเทศมากกว่า 171 ร้านค้า ซึ่งร้านค้าทั้งหมดนี้รวมกันอยู่ภายใต้อาคารหนึ่งหลังคา นอกจากนั้นยังมีสินค้าประเภทกีฬากลางแจ้ง รวมทั้งสินค้าอื่นๆ ที่มีส่วนลดมากมายถึง 30-50% ท่ามกลางพื้นที่ที่มองเห็นทะเลได้อย่างชัดเจน ทั้งยังปกคลุมไปด้วยต้นไม้ใบไม้อันเขียวชอุ่ม จึงทำให้เหล่านักช้อปได้เพลิดเพลินไปกับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่งดงามและประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ล้ำค่าที่สุดแห่งหนึ่ง

ย่านซูซูกิโนะ : ย่านช้อปปิ้งที่แสนคึกครื้นของเมืองซัปโปโร มีห้างร้านต่างๆมากมาย มีทั้งร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดัง ร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่นและร้านอาหารสไตล์ตะวันตก ร้านขนม ร้านกาแฟหอมกรุ่น อีกทั้งยังเป็นจุดนัดพบยอดนิยมของวัยรุ่นชาวญี่ปุ่นอีกแห่งหนึ่งด้วย

ย่านทานูกิโคจิ : ท่านจะได้เลือกซื้อสินค้ามากมาย อาทิเช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า นาฬิกา เกมส์ กล้องถ่ายรูป ของฝากของที่ระลึก เสื้อผ้า สินค้าแบรนด์เนม เครื่องสำอาง เป็นต้น

ค่ำ          บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (11)

พิเศษ!! เมนูบุฟเฟ่ต์ไม่อั้นกับปู 3 ชนิดชื่อดังของฮอกไกโด (ปูซูไว, ปูขน, ปูทาราบะ) พร้อมอาหารทะเลสดใหม่ นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก  APA  HOTEL  หรือเทียบเท่า

 

วันที่
6

วันที่หก สนามบินชิโตเซ่ – กรุงเทพฯ

เช้า          บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (12)

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบินชิโตเซ่ เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ

10.30 น.          เหินฟ้ากลับสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทยแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ TG 671

15.30 น.          เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

 

เงื่อนไขการเดินทาง

อัตราค่าบริการ

ราคาต่อท่าน

รวมตั๋วเครื่องบิน

ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน

ผู้ใหญ่ และ เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีพักเสริมเตียง

54,900.- บาท

36,900.- บาท

เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีพักไม่เสริมเตียง พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน

52,900.- บาท

34,900.- บาท

ห้องพักเดี่ยว เพิ่มท่านละ

8,900.- บาท

*** ราคาไม่รวมตั๋วเครื่องบิน คือ สายการบินไทยที่บินระหว่างประเทศ ลด 18,000 บาท ***

*** ในการเดินทางในแต่ละครั้ง จะต้องมีจำนวนผู้เดินทาง 20 ท่านขึ้นไป ***

*** กรณีผู้เดินทางในคณะมีไม่ถึง 20 ท่าน อาจมีการปรับเปลี่ยนราคา ***

*** โปรแกรมนี้ไม่มีแถมกระเป๋าเดินทางให้ค่ะ ***

อัตราค่าบริการนี้รวม
ค่าตั๋วเครื่องบินไป – กลับ ชั้นประหยัด ตามสายการบินที่ได้ระบุไว้ในรายการ
ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งที่มี
ค่าโรงแรมที่พักตามระบุในรายการ หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน (ห้องละ 2 ท่าน)
ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการที่ระบุ
ค่าอาหาร และเครื่องดื่มตามรายการที่ได้ระบุในรายการ
ค่ารถรับส่งระหว่างนำเที่ยวตามรายการที่ระบุ
ค่ามัคคุเทศก์ของบริษัทฯ จากกรุงเทพฯ ที่คอยอำนวยความสะดวกแก่ท่านตลอดการเดินทางในต่างประเทศ
ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท.
ค่าภาษีน้ำมัน ที่สายการบินเรียกเก็บ ณ วันที่ 26 เมษายน 2559 และท่านต้องชำระเพิ่มเติม ในกรณีที่ทางสายการบินมีการเรียกเก็บเพิ่ม
อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
ค่าทำหนังสือเดินทาง Passport
ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางในกรณีที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (30 กิโลกรัมต่อท่าน)
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากรายการที่ระบุ เช่น ค่าเครื่องดื่มและค่าอาหารที่สั่งเพิ่มเอง ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ฯลฯ
ค่าอาหารที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
ค่าทำใบอนุญาตที่กลับเข้าประเทศของคนต่างชาติ หรือ คนต่างด้าว
ค่าวีซ่าเข้าประเทศ ญี่ปุ่น ** เนื่องจากตั้งแต่ วันที่ 1 กรกฎาคม 2556 ทางสถานทูตญี่ปุ่นได้ทำการยกเว้นวีซ่าท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ เข้าไปท่องเที่ยวไม่เกิน 15 วัน
**  สำหรับบุคลที่ถือพาสปอร์ตต่างประเทศแต่มีถิ่นพำนักอยู่ในประเทศไทย **
กรณีผู้เดินทางถือหนังสือเดินทางพาสปอร์ตจีน (เล่มแดง) ต้องใช้เวลาพิจารณาผลวีซ่าอย่างน้อย 1 เดือน ดังนั้นต้องเปลี่ยนเป็นหนังสือเดินทางพาสปอร์ต (เล่มเหลือง) ก่อน
ท่านต้องทำการแจ้งเข้า – แจ้งออก ที่กองตรวจคนเข้าเมืองให้เรียบร้อยก่อน จึงจะสามารถยื่นวีซ่าได้(ระยะเวลาในการพิจารณาผลวีซ่าขึ้นอยู่กับทางสถานทูต)
พาสปอร์ต มีอายุเหลือนับจากวันเดินทางสามารถใช้งานได้ไม่ต่ำกว่า 6 เดือน  (กรณีท่านที่มีพาสปอร์ตเล่มเก่า ให้แนบมาด้วย)
รูปถ่ายสี  2” จำนวน 2 รูป (ไม่สวมแว่นตาดำ, แต่งกายสุภาพ, ไม่เอารูปรับปริญญา, ใส่ชุดครุย, หรือใส่ชุดราชการ, ไม่ยิ้ม, พื้นหลังเป็นสีขาว ต้องไม่เป็นลวดลาย และห้าม เป็นภาพถ่ายที่สแกนจากคอมพิวเตอร์)
สำเนาทะเบียนบ้าน, บัตรประชาชน
กรอกแบบฟอร์มข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ มือถือ / เบอร์บ้าน / เบอร์ที่ทำงาน / ที่อยู่ เพื่อใช้ในการยื่นขอวีซ่า
กรณีที่ผู้เดินทางสมรสแล้ว เอกสารเพิ่มเติมคือ ทะเบียนสมรส, ใบหย่า, (ในกรณีที่คู่สมรสเสียชีวิต)ใบมรณะบัตร
สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ, นามสกุล (ถ้ามี)
หลักฐานการเงิน สำเนาบัญชีเงินฝาก (ออมทรัพย์ หรือ ฝากประจำ) ถ่ายทุกหน้าตั้งแต่หน้าแรก – หน้าปัจจุบันกรณีใช้เอกสารเป็น BANK STATEMENT ที่ทางธนาคารออกให้ ไม่สามารถนำมาใช้ยื่นวีซ่าได้
หนังสือรับรองการทำงาน (ฉบับจริง) จากบริษัทที่ท่านทำงานอยู่ (ภาษาอังกฤษเท่านั้น)

  1. กรณีที่เป็นพนักงานบริษัททั่วไป ใช้หนังสือรับรองการทำงานฉบับจริง (ภาษาอังกฤษ)
  2. กรณีประกอบธุรกิจส่วนตัว ใช้สำเนาทะเบียนการค้า (กรณีเป็นเจ้าของและคัดไม่เกิน 3 เดือน) หรือ สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ และหน้าหนังสือรับรองต้องมีชื่อกิจการ และชื่อผู้เดินทางเป็นหุ้นส่วน หรือเป็นเจ้าของกิจการด้วย
  3. กรณีทำธุรกิจส่วนตัว (แต่ไม่ได้จดทะเบียนการค้า) ให้ทำหนังสือชี้แจงต่อสถานทูต (ภาษาอังกฤษ)
  4. กรณีข้าราชการ ต้องใช้หนังสือรับรองการทำงานจากหน่วยงานนั้นๆ (ภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาไทย) ไม่สามารถใช้สำเนาบัตรข้าราชการเพียงหลักฐานเดียวยื่นต่อสถานทูตได้
*** กรุณาจัดเตรียมเอกสารตามที่ระบุเพื่อผลประโยชน์ในการพิจารณาวีซ่าของท่าน ***
เงื่อนไขการจองทัวร์และการชำระเงิน
กรุณาจองทัวร์ ก่อนการเดินทางอย่างน้อย 30 วัน พร้อมมัดจำเป็นจำนวน 10,000.- บาท ต่อ 1 ท่าน
กรุณาจองทัวร์ ก่อนการเดินทางอย่างน้อย 45 วัน พร้อมมัดจำเป็นจำนวน 15,000.- บาท ต่อ 1 ท่าน( สำหรับช่วงเทศกาล ปีใหม่ , สงกรานต์ , และวันหยุดยาว )
กรณีที่ลูกค้า พักอาศัยอยู่ต่างจังหวัดให้แจ้งกับทางบริษัทให้ทราบตั้งแต่ทำการจอง หากลูกค้ามีความจำเป็นต้องออกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ กรุณาแจ้งให้ทางบริษัททราบก่อนออกตั๋ว มิฉะนั้นทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น
ค่าทัวร์ส่วนที่เหลือ บริษัทฯ จะขอเก็บค่าทัวร์ทั้งหมดก่อนการเดินทางอย่างน้อย 14 วันทำการ หรือก่อนออกตั๋วเครื่องบิน มิฉะนั้นทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทาง และไม่คืนมัดจำ
ทางบริษัทฯต้องออกตั๋วกับทางสายการบินทางลูกค้าจะต้องจ่ายเงินค่าทัวร์ทั้งหมดก่อนการออกตั่วเครื่องบิน มิฉะนั้นทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการให้บริการ
การยกเลิกและการคืนเงิน
กรณียกเลิก ช่วงเทศกาล เช่น ปีใหม่ สงกรานต์ ช่วงเดือนตุลาคม ต้องยกเลิกล่วงหน้าก่อน 45 วัน จะไม่เก็บค่ามัดจำ
กรุณาแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วันทำการ มิฉะนั้น ทางบริษัท ฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนมัดจำ
กรณียกเลิกก่อนการเดินทาง 21 วันทำการ ทางบริษัท ฯ มีความจำเป็นต้องหัก 50 % ของอัตราค่าบริการทั้งหมด
กรณียกเลิกก่อนการเดินทาง 14 วันทำการ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินทั้งหมด
หากทำการออกตั๋วกับทางสายการบินไปแล้ว บริษัทฯ จะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินค่าทัวร์ทั้งหมด
หมายเหตุ
ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2556 ทางรัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นให้กับคนไทยที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการพำนักระยะสั้นในประเทศญี่ปุ่นนั้น และสามารถพำนักในประเทศญี่ปุ่นได้ 15 วัน (หากผู้ยื่นประสงค์จะพำนักในประเทศญี่ปุ่นเกิน15 วัน หรือไปทำงาน หรือมีวัตถุประสงค์อื่นๆ จะต้องยื่นขอวีซ่าตามปรกติ)
การยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นให้กับคนไทยนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศญี่ปุ่นกับประเทศไทย
ผู้ที่จะเข้าประเทศได้นั้น จะต้องผ่านการพิจารณาจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองก่อนจึงจะสามารถเข้าประเทศได้ (เช่นเดียวกับผู้ที่ยื่นขอวีซ่ากับทางสถานเอกอัครราชทูต) ทางเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะสอบถามถึงวัตถุประสงค์ในการเข้าประเทศ หรือขอตรวจเอกสารที่จำเป็น เช่น ตั๋วเครื่องบินขากลับ หรืออื่นๆ
จากมาตรการยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นให้กับคนไทย ผู้ที่ประสงค์จะพำนักระยะสั้นในประเทศญี่ปุ่นไม่เกิน 15 วัน ไม่ว่าจะด้วยวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ หรือธุรกิจ จะต้องยื่นเอกสารในขั้นตอนการตรวจเข้าเมือง เพื่อยืนยันการมีคุณสมบัติการเข้าประเทศญี่ปุ่น* ดังต่อไปนี้

  1. ตั๋วเครื่องบินขาออกจากประเทศญี่ปุ่น
  2. สิ่งที่ยืนยันว่าท่านสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างที่พำนักในประเทศญี่ปุ่นได้ (เช่น เงินสด,บัตรเครดิต
  3. ชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขติดต่อในระหว่างที่พำนักในประเทศญี่ปุ่น (เช่น คนรู้จัก โรงแรม และอื่นๆ)
  4. กำหนดการเดินทางระหว่างที่พำนักในประเทศญี่ปุ่น

คุณสมบัติการเข้าประเทศญี่ปุ่น (สำหรับกรณีการเข้าประเทศญี่ปุ่นด้วยมาตรการยกเว้นวีซ่า)

  1. หนังสือเดินทางต้องมีอายุการใช้งานเหลืออยู่
  2. กิจกรรมใดๆ ที่จะกระทำในประเทศญี่ปุ่นจะต้องไม่เป็นสิ่งที่ขัดต่อกฎหมาย และเข้าข่ายคุณสมบัติการพำนักระยะสั้น
  3. ในขั้นตอนการขอเข้าประเทศ จะต้องระบุระยะเวลาการพำนักไม่เกิน 15 วัน
  4. เป็นผู้ที่ไม่มีประวัติการถูกส่งตัวกลับจากประเทศญี่ปุ่น มิได้อยู่ในระยะเวลาของการถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศ และไม่เข้าข่ายคุณสมบัติที่จะถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศ
ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) เดินทางกับคณะ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฏิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะปกติการเดินทางท่องเที่ยวกับคณะจะใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา (เล่มสีเลือดหมู)
บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองห้ามผู้เดินทาง เนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือสิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสียหรือด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองได้พิจารณาแล้ว
บริษัทฯ ไม่อาจคืนเงินให้ท่านได้ ไม่ว่าจำนวนทั้งหมด หรือบางส่วน และบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่ทางสถานทูต งดออกวีซ่าให้กับท่าน อันสืบเนื่องมาจากตัวผู้โดยสารเอง
บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทยงดออก เอกสารเข้าเมือง ให้กับชาวต่างชาติ หรือ คนต่างด้าวที่พำนักอยู่ในประเทศไทย
รายการอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เนื่องจากความล่าช้าของสายการบิน โรงแรมที่พักในต่างประเทศเหตุการณ์ทางการเมืองและภัยธรรมชาติ ฯลฯ โดยบริษัทจะคำนึงถึงความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ เนื่องจากการท่องเที่ยวนี้เป็นการชำระแบบเหมาจ่ายกับบริษัทตัวแทนในต่างประเทศ ท่านไม่สามารถที่จะเรียกร้องเงินคืน ในกรณีที่ท่านปฏิเสธหรือสละสิทธิ์ในการใช้บริการนั้นที่ทางทัวร์จัดให้ ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณี บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางในกรณีที่มีผู้เดินทางต่ำกว่า 15 ท่าน โดยที่จะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้าก่อน 10 วัน

*****************************************