HOKKAIDO

Hilights Duration Airline Price
5D3N TG 49,900 บาท
วันที่
1

วันแรก : สนามบินสุวรรณภูมิ

20.00 น.    พร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริเวณชั้น 4 (ชั้นผู้โดยสารขาออก) ประตูทางเข้าที่ 2 เคาน์เตอร์ D เพื่อเตรียมตัวเดินทาง นำท่านผ่านขั้นตอนการเช็คอินของ สายการบินไทย โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยต้อนรับเพื่ออำนวยความสะดวกในเรื่องของเอกสาร ตลอดจนสัมภาระในการเดินทางของท่าน

23.45 น.    เหินฟ้าสู่ ประเทศญี่ปุ่น โดยสายการบินไทย แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ TG670 (ใช้เวลาในการเดินทาง 6.15 ช.ม.)

 

วันที่
2

วันที่สอง : สนามบินชิโตเซ่ – โนโบริเบทสึ – หมู่บ้านนินจา – หุบเขานรกจิโกกุดานิ – แช่ออนเซ็น

08.30 น.    ถึง สนามบินชิโตเซ่ เกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น (เวลาท้องถิ่นญี่ปุ่นเร็วกว่าไทย 2 ชั่วโมง) นำท่านผ่านพิธีศุลกากรและตรวจคนเข้าเมือง พร้อมตรวจเช็คสัมภาระ เรียบร้อยแล้ว

ดาเตะ จิไดมูระ : หมู่บ้านจำลองกึ่งสวนสนุกที่จำลองบรรยากาศความเป็นเมืองในสมัยเอโดะหรือกว่า 400 ปีก่อนของเมืองญี่ปุ่น ตื่นตากับเหล่านักรบซามูไร ซึ่งเสมือนผู้ปกป้องดูแลความเรียบร้อยของบ้านเมือง หรือตำรวจในปัจจุบัน และเหล่านินจา เสมือนสายลับและนักฆ่าในปัจจุบัน ชมการสาธิตการแสดงการอำพรางตัวอันเลื่องชื่อ วิถีชีวิตตามแบบฉบับของเหล่านินจา พร้อมชมอาคารบ้านเรือนที่จำลองจากสมัยเอะโดะ การจำลองเมืองเอะโดะ พร้อมศึกษาถึงประวัติความเป็นมา เชิญชมบ้านเมือง วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ร้านค้า ร้านอาหารต่างๆ และการแต่งกายในสไตล์ย้อนยุค

กลางวัน    : บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

หุบเขานรกจิโกกุดานิ : หุบเขาที่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นกำมะถัน ท่านจะเห็นหมอกควันสีขาวพวยพุ่งออกมาจากใต้ดินตลอดเวลา เนื่องด้วยบริเวณนี้มีรอยแยกของแผ่นเปลือกโลก จึงทำให้ทีนี่มีควันที่เกิดจากน้ำผุร้อนและบ่อโคลนเดือด  ซึ่งเกิดจากธรรมชาติ  เมื่อเดินเข้าไปด้านในบริเวณผิวดินนั้นจะมีแร่กำมะถันสีเหลืองปรากฏอยู่เป็นจำนวนมาก จนได้เวลาพอสมควร

นำท่านเดินทางสู่ที่พัก TOYA KOHANTEI HOTEL หรือเทียบเท่า  

ค่ำ             : บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม * อบอุ่นอย่างเป็นกันเองในชุดยูกะตะ ที่ทางโรงแรมจัดให้สำหรับทุกท่าน * หลังรับประทานอาหารค่ำ ให้ท่านสัมผัสกับการอาบน้ำแร่ญี่ปุ่น (ออนเซ็น) เพื่อเป็นการพักผ่อนจากการที่ได้เหน็ดเหนื่อยกับการเดินทางหรือทำกิจกรรมมาตลอดทั้งวัน

 

วันที่
3

วันที่สาม : นั่งกระเช้าขึ้นเขาอุสุ – ภูเขาไฟโชวะชินซัน – ฟาร์มหมีสีน้ำตาล – คลองโอตารุ – พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี - โรงเป่าแก้วคิตาอิชิ – โรงงานช็อกโกแล็ต – ซับโปโร

เช้า            : บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เปลี่ยนอิริยบทของการเดินทางเป็นการ นั่งกระเช้าไฟฟ้า สู่ ยอดเขาอุสุ เพื่อชม ภูเขาโชวะ หรือที่เรียกกันว่า โชวะ ชินซัง ภูเขาไฟลูกเล็กที่เกิดใหม่ล่าสุดเมื่อปี ค.ศ.1944 ซึ่งนับเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น่าประหลาดใจ ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของรัฐบาลญี่ปุ่นในฐานะอนุสรณ์ทางธรรมชาติแห่งพิเศษ อิสระให้ท่านได้บันทึกภาพความงามของภูเขาไฟโชวะที่มีลักษณะสีแดงตัดกับผืนฟ้า และฉากเบื้องล่างเป็น ทะเลสาบโทยะ ที่สวยงาม ในวันที่อากาศแจ่มใสท่านจะได้ยลโฉมภูเขาโยเทซัง หรือภูเขาไฟที่ได้รับการขนานนามว่า ภูเขาไฟฟูจิน้อย ที่รูปทรงใกล้เคียงภูเขาไฟฟูจิมากที่สุด

ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์หมีสีน้ำตาล : ตั้งอยู่ภายในเกาะฮอกไกโด ซึ่งหมีสีน้ำตาลนั้นเป็นหมีพันธุ์ที่หายาก มีถิ่นกำนิดในดินแดนแถบไซบีเรียและเกาะฮอกไกโด ปัจจุบันพบได้ในเกาะฮอกไกโด เกาะซาคาริน และหมู่เกาะคูรินเท่านั้น แต่ก็ค่อนข้างจะหาดูได้ยากเพราะใกล้สูญพันธุ์แล้ว โดยศูนย์อนุรักษ์พันธุ์หมีสีน้ำตาลแห่งนี้ภายในมีฝูงหมีสีน้ำตาลนับร้อยตัวท่ามกลางธรรมชาติที่สมบูรณ์และเหมาะสม รวมทั้งยังมีหมีสีน้ำตาลที่ทางศูนย์สต๊าฟเอาไว้ ข้อมูลเกี่ยวกับหมีสี และยังมีร้านขายของที่ระลึกที่เกี่ยวกับหมีอีกด้วย

กลางวัน    : บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

คลองโอตารุ : เป็นสัญลักษณ์ของเมืองโอตารุที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพที่นี่เพื่อเป็นที่ระลึก ซึ่งในอดีตเป็นคลองที่เกิดจากการถมทะเลเพื่อใช้เป็นเส้นทางขนถ่ายสินค้าจากเรือใหญ่ลงสู่เรือขนถ่ายแล้วนำสินค้ามาเก็บไว้ภายในโกดัง แต่ภายหลังได้เลิกใช้และถมคลองครึ่งหนึ่งทำเป็นถนนหลวง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งได้บูรณะปรับปรุงให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว นอกจากนั้นริมสองฝั่งคลองยังเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหารตั้งเรียงรายอยู่มากมาย รวมทั้งมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากคลองมากนัก

พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีโอตารุ : เป็นหนึ่งในร้านค้าที่ใหญ่ที่สุดของพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีในญี่ปุ่น โดยตัวอาคารมีความเก่าแก่สวยงาม และถือเป็นอีกหนึ่งในสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของเมืองซัปโปโร ที่ภายในเต็มไปด้วยรูปแบบ ขนาด และประเภทต่างๆ ของกล่องดนตรี โดยตัวอาคารหลังนี้ก่อสร้างด้วยกำแพงอิฐสีแดงและมีหน้าต่างโค้งซึ่งเป็นไสตล์เรเนซองส์ส่วนด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์มีนาฬิกาไอน้ำที่ผลิตโดยผู้ผลิตนาฬิกาแคนาดาที่จะส่งเสียงกังวานทุกๆ 15 นาที และ และทุกๆ ชั่วโมงจะดังเป็นพิเศษ

โรงเป่าแก้วคิตาอิชิ : ตั้งอยู่ในเมืองโอตารุ เมืองที่มีชื่อเสียงทางด้านการเป่าแก้วมายาวนาน โดยในอดีตนั้นจุดประสงค์ของการเป่าแก้วเพื่อใช้เป็นทุ่นให้เรือ แต่ปัจจุบันนี้เป้าหมายของการเป่าแก้วเพื่อใช้เป็นของใช้หรือของที่ระลึกแทน ซึ่งโรงเป่าแก้วคิตาอิชิเป็นโรงงานที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่ที่สุดของเมือง โดยก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1901 ท่ามกลางโรงเป่าแก้วที่มีอยู่มากมาย และผลงานที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของโรงงานแห่งนี้ก็คือโคมไฟแก้วและลูกบอลแก้วนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีสอนวิธีการเป่าแก้วให้กับนักท่องเที่ยวด้วย

โรงงานช็อกโกแล็ต : ที่หมู่บ้านอิชิยะในสวนชิโรอิโคอิบิโตะ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตช็อกโกแลตที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น ท่านสามารถเลือกซื้อช็อกโกแลตที่ขึ้นชื่อที่สุดของที่นี่ได้นั้น คือ“ช็อกโกแลตสีขาวแด่คนรัก” (ShiroiKoibito) ซึ่งภายในระกอบไปด้วยร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก และโรงงานช็อกโกแลตอันมีชื่อเสียง โดยอาคารซึ่งเป็นร้านขายของนั้นถูกตกแต่งให้เหมือนกับโลกแห่งเทพนิยายคลาสสิก ส่วนภายในโรงงานมีการจัดแสดงอุปกรณ์การผลิตตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม โดยจำลองโรงงานและขั้นตอนการผลิตมาไว้ที่นี่ นอกจากนั้นยังสามารถชิมและเลือกซื้อช็อกโกแลตหรือไอศกรีมแบบต่างๆ ที่ผลิตจากนมสดของเกาะฮอกไกโดได้ที่นี่ ได้เองด้วยหรือเดินถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับบรรยากาศโดยรอบ ที่ตกแต่งด้วยสวนดอกไม้สวยงามสไตล์ยุโรป จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองซัปโปโร

ค่ำ             : บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก APA HOTEL SAPPORO หรือเทียบเท่า

 

วันที่
4

วันที่สี่ : ศาลเจ้าฮอกไกโด-ศาลาว่าการเมืองฮอกไกโดหลังเก่า-หอนาฬิกาโบราณ-สวนโอโดริ-ช้อปปิ้งซูซูกิโนะ & ทานุกิโคจิ

เช้า           : บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ศาลเจ้าฮอกไกโด : ศาลเจ้าลัทธิชินโต ตั้งอยู่ภายในสวนสาธารณะมะรุยะมะ เดิมชื่อศาลเจ้าซัปโปโร ภายหลังได้เปลี่ยนชิ่อเป็นศาลเจ้าฮอกไกโด เพื่อให้สมกับความยิ่งใหญ่ของเกาะเมืองฮอกไกโดที่มีศาลเจ้าชินโตนี้คอยปกปักษ์รักษาให้ชนชาวเกาะฮอกไกโดมีความสงบสุข ถึงแม้จะไม่ได้มีประวัติศาสตร์อันยาวนานเก่าแก่นับพันปี แต่ที่นี่ก็เป็นที่สำหรับให้คนท้องถิ่นได้กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สิงสถิตอยู่เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ

ศาลาว่าการเมืองฮอกไกโดหลังเก่า : ศาลาว่าการเมืองฮอกไกโดหลังเก่าเริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2416 ซึ่งเป็นอาคารสไตล์นีโอบาร็อกอันเลียนแบบมาจากศาลาว่าการรัฐแมสซาชูเซตส์ของอเมริกา โดยใช้อิฐแดงในการก่อสร้างมากกว่า 2.5 ล้านก้อน โดยตึกนี้ถูกใช้งานมาเป็นเวลายาวนานกว่า 80 ปี ตั้งแต่สมัยผู้ว่าการคนแรกของฮอกไกโด ซึ่งปัจจุบันเป็นอาคารที่มีการบูรณะใหม่หลังจากที่ถูกไฟไหม้ในปี พ.ศ. 2454 ทั้งยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติ ซึ่งภายในมีการจัดแสดงห้องทำงาน และนิทรรศการภาพถ่ายและเรื่องราวของเกาะ

หอนาฬิกาโบราณ : สัญลักษณ์คู่เมือง ถือว่าเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมอันมีค่าของชาวญี่ปุ่น ซึ่งยังคงบอกเวลาอย่างเที่ยงตรงกว่า 100 ปี หอนาฬิกาแห่งนี้เก่าแก่มากจนได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของเมืองซัปโปโรอีกแห่งหนึ่ง สร้างมาตั้งแต่ พ.ศ.2421 อาคารแรกเริ่มเดิมทีใช้เป็นโรงฝึกงานของวิทยาลัยการเกษตรฮอกไกโด ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นมหาวิทยาลัยฮอกไกโดในปัจจุบัน แล้วสร้างหอนาฬิกาและมีระฆังตีบอกเวลามาตั้งแต่ พ.ศ.2424 จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังบอกเวลาได้อย่างเที่ยงตรง ด้วยความเก่าแก่อยู่คู่กับเมืองซัปโปโรมานาน จึงได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของชาติ

กลางวัน    : บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

สวนโอโดริ สถานที่จัดเทศกาลหิมะที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นเป็นประจำในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถ้าในช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือช่วงฤดูร้อน จะมีการจัดตกแต่งด้วยไม้ดอก ไม้ประดับนานาพันธุ์ อิสระให้ท่านได้บันทึกภาพความงามเป็นที่ระลึกกับบรรยากาศโดยรอบ ซึ่งท่านสามารถมองเห็น ทีวีทาวเวอร์ (T.V. Tower) ที่ตั้งตระหง่านอยู่ทางเข้าสวนโอโดริ ซึ่งสร้างในปี ค.ศ. 1957 และมีความสูงถึง 142.7 เมตร

ย่านซูซูกิโนะ  และ ย่านทานูกิโคจิ : ถนนทานุกิโคจิเป็นย่านการค้าเก่าแก่ของเมืองซัปโปโร ตั้งอยู่ทางด้านใต้ของเมือง โดยมีพื้นที่ทั้งหมด 7 บล็อก ภายในนอกจากจากจะเป็นแหล่งรวมร้านค้าต่างๆ อย่างร้านขายกิโมโน เครื่องดนตรี วิดีโอ โรงภาพยนตร์แล้ว ยังมีร้านอาหารมากมาย ทั้งยังเป็นศูนย์รวมของเหล่าวัยรุ่นด้วย เนื่องจากมีเกมเซ็นเตอร์ และตู้หนีบตุ๊กตามากมาย นอกจากนั้นที่นี่ยังมีการตกแต่งบนหลังคาด้วยตุ๊กตาทานุกิขนาดใหญ่ อีกทั้งยังมีศาลเจ้าทานุกิอันเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1973 ด้วย

ค่ำ             : บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร  พิเศษ!! เมนูบุฟเฟ่ต์ไม่อั้นกับปู 3 ชนิดชื่อดังของฮอกไกโด (ปูซูไว, ปูขน, ปูทาราบะ) พร้อมอาหารทะเลสดใหม่

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก APA HOTEL SAPPORO หรือเทียบเท่า

วันที่
5

วันที่ห้า : สนามบินชิโตเซ่ – กรุงเทพฯ

เช้า           : บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบินชิโตเซ่ เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ

10.45 น.    เหินฟ้ากลับสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทยแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ TG 671

16.15 น.    เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

 

เงื่อนไขการเดินทาง

อัตราค่าบริการนี้รวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป – กลับ ชั้นประหยัด ตามสายการบินที่ได้ระบุไว้ในรายการ
  • ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งที่มี
  • ค่าโรงแรมที่พักตามระบุในรายการ หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน (ห้องละ 2 ท่าน)
  • ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการที่ระบุ
  • ค่าอาหาร และเครื่องดื่มตามรายการที่ได้ระบุในรายการ
  • ค่ารถรับส่งระหว่างนำเที่ยวตามรายการที่ระบุ
  • ค่ามัคคุเทศก์ของบริษัทฯ จากกรุงเทพฯ ที่คอยอำนวยความสะดวกแก่ท่านตลอดการเดินทางในต่างประเทศ
  • ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท.
  • ค่าภาษีน้ำมัน ที่สายการบินเรียกเก็บ ณ วันที่ 26 เมษายน 2559และท่านต้องชำระเพิ่มเติม ในกรณีที่ทางสายการบินมีการเรียกเก็บเพิ่ม

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม

  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
  • ค่าทำหนังสือเดินทาง Passport
  • ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางในกรณีที่เกินกว่าสายการบินกำหนด (30 กิโลกรัมต่อท่าน)
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากรายการที่ระบุ เช่น ค่าเครื่องดื่มและค่าอาหารที่สั่งเพิ่มเอง ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ฯลฯ
  • ค่าอาหารที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
  • ค่าทำใบอนุญาตที่กลับเข้าประเทศของคนต่างชาติ หรือ คนต่างด้าว
  • ค่าวีซ่าเข้าประเทศ ญี่ปุ่น ** เนื่องจากตั้งแต่ วันที่ 1 กรกฎาคม 2556 ทางสถานทูตญี่ปุ่นได้ทำการยกเว้นวีซ่าท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ เข้าไปท่องเที่ยวไม่เกิน 15 วัน

**  สำหรับบุคลที่ถือพาสปอร์ตต่างประเทศแต่มีถิ่นพำนักอยู่ในประเทศไทย **

  • กรณีผู้เดินทางถือหนังสือเดินทางพาสปอร์ตจีน (เล่มแดง) ต้องใช้เวลาพิจารณาผลวีซ่าอย่างน้อย 1 เดือน ดังนั้นต้องเปลี่ยนเป็นหนังสือเดินทางพาสปอร์ต (เล่มเหลือง) ก่อน
  • ท่านต้องทำการแจ้งเข้า – แจ้งออก ที่กองตรวจคนเข้าเมืองให้เรียบร้อยก่อน จึงจะสามารถยื่นวีซ่าได้ (ระยะเวลาในการพิจารณาผลวีซ่าขึ้นอยู่กับทางสถานทูต)
  • พาสปอร์ต มีอายุเหลือนับจากวันเดินทางสามารถใช้งานได้ไม่ต่ำกว่า 6 เดือน  (กรณีท่านที่มีพาสปอร์ตเล่มเก่า ให้แนบมาด้วย)
  • รูปถ่ายสี  2” จำนวน 2 รูป (ไม่สวมแว่นตาดำ, แต่งกายสุภาพ, ไม่เอารูปรับปริญญา, ใส่ชุดครุย, หรือใส่ชุดราชการ, ไม่ยิ้ม,พื้นหลังเป็นสีขาว ต้องไม่เป็นลวดลาย และห้าม เป็นภาพถ่ายที่สแกนจากคอมพิวเตอร์)
  • สำเนาทะเบียนบ้าน, บัตรประชาชน
  • กรอกแบบฟอร์มข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ มือถือ / เบอร์บ้าน / เบอร์ที่ทำงาน / ที่อยู่ เพื่อใช้ในการยื่นขอวีซ่า
  • กรณีที่ผู้เดินทางสมรสแล้ว เอกสารเพิ่มเติมคือ ทะเบียนสมรส, ใบหย่า, (ในกรณีที่คู่สมรสเสียชีวิต)ใบมรณะบัตร
  • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ, นามสกุล (ถ้ามี)
  • หลักฐานการเงิน สำเนาบัญชีเงินฝาก (ออมทรัพย์ หรือ ฝากประจำ) ถ่ายทุกหน้าตั้งแต่หน้าแรก – หน้าปัจจุบัน

กรณีใช้เอกสารเป็น BANK STATEMENT ที่ทางธนาคารออกให้ ไม่สามารถนำมาใช้ยื่นวีซ่าได้

  •  หนังสือรับรองการทำงาน (ฉบับจริง) จากบริษัทที่ท่านทำงานอยู่ (ภาษาอังกฤษเท่านั้น
  1. กรณีที่เป็นพนักงานบริษัททั่วไป ใช้หนังสือรับรองการทำงานฉบับจริง (ภาษาอังกฤษ)
  2. กรณีประกอบธุรกิจส่วนตัว ใช้สำเนาทะเบียนการค้า (กรณีเป็นเจ้าของและคัดไม่เกิน 3 เดือน) หรือ สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ และหน้าหนังสือรับรองต้องมีชื่อกิจการ และชื่อผู้เดินทางเป็นหุ้นส่วน หรือเป็นเจ้าของกิจการด้วย
  3. กรณีทำธุรกิจส่วนตัว (แต่ไม่ได้จดทะเบียนการค้า) ให้ทำหนังสือชี้แจงต่อสถานทูต (ภาษาอังกฤษ)
  4. กรณีข้าราชการ ต้องใช้หนังสือรับรองการทำงานจากหน่วยงานนั้นๆ (ภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาไทย) ไม่สามารถใช้สำเนาบัตรข้าราชการเพียงหลักฐานเดียวยื่นต่อสถานทูตได้

*** กรุณาจัดเตรียมเอกสารตามที่ระบุเพื่อผลประโยชน์ในการพิจารณาวีซ่าของท่าน ***

เงื่อนไขการจองทัวร์และการชำระเงิน

  • กรุณาจองทัวร์ ก่อนการเดินทางอย่างน้อย 30 วัน พร้อมมัดจำเป็นจำนวน 10,000.- บาท ต่อ 1 ท่าน
  • กรุณาจองทัวร์ ก่อนการเดินทางอย่างน้อย 45 วัน พร้อมมัดจำเป็นจำนวน 15,000.- บาท ต่อ 1 ท่าน ( สำหรับช่วงเทศกาล ปีใหม่ , สงกรานต์ , และวันหยุดยาว )
  • กรณีที่ลูกค้า พักอาศัยอยู่ต่างจังหวัดให้แจ้งกับทางบริษัทให้ทราบตั้งแต่ทำการจอง หากลูกค้ามีความจำเป็นต้องออกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ กรุณาแจ้งให้ทางบริษัททราบก่อนออกตั๋ว มิฉะนั้นทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น
  • ค่าทัวร์ส่วนที่เหลือ บริษัทฯ จะขอเก็บค่าทัวร์ทั้งหมดก่อนการเดินทางอย่างน้อย 14 วันทำการ หรือก่อนออกตั๋วเครื่องบิน มิฉะนั้นทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทาง และไม่คืนมัดจำ
  • ทางบริษัทฯต้องออกตั๋วกับทางสายการบินทางลูกค้าจะต้องจ่ายเงินค่าทัวร์ทั้งหมดก่อนการออกตั่วเครื่องบิน มิฉะนั้นทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการให้บริการ

การยกเลิกและการคืนเงิน

  • กรณียกเลิก ช่วงเทศกาล เช่น ปีใหม่ สงกรานต์ ช่วงเดือนตุลาคม ต้องยกเลิกล่วงหน้าก่อน 45 วัน จะไม่เก็บค่ามัดจำ
  • กรุณาแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วันทำการ มิฉะนั้น ทางบริษัท ฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนมัดจำ
  • กรณียกเลิกก่อนการเดินทาง 21 วันทำการ ทางบริษัท ฯ มีความจำเป็นต้องหัก 50 % ของอัตราค่าบริการทั้งหมด
  • กรณียกเลิกก่อนการเดินทาง 14 วันทำการ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินทั้งหมด
  • หากทำการออกตั๋วกับทางสายการบินไปแล้ว บริษัทฯ จะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินค่าทัวร์ทั้งหมด

หมายเหตุ 

  • ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2556 ทางรัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นให้กับคนไทยที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการพำนักระยะสั้นในประเทศญี่ปุ่นนั้น และสามารถพำนักในประเทศญี่ปุ่นได้ 15 วัน (หากผู้ยื่นประสงค์จะพำนักในประเทศญี่ปุ่นเกิน15 วัน หรือไปทำงาน หรือมีวัตถุประสงค์อื่นๆ จะต้องยื่นขอวีซ่าตามปรกติ)
  • การยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นให้กับคนไทยนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศญี่ปุ่นกับประเทศไทย
  • ผู้ที่จะเข้าประเทศได้นั้น จะต้องผ่านการพิจารณาจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองก่อนจึงจะสามารถเข้าประเทศได้ (เช่นเดียวกับผู้ที่ยื่นขอวีซ่ากับทางสถานเอกอัครราชทูต) ทางเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะสอบถามถึงวัตถุประสงค์ในการเข้าประเทศ หรือขอตรวจเอกสารที่จำเป็น เช่น ตั๋วเครื่องบินขากลับ หรืออื่นๆ
  • จากมาตรการยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นให้กับคนไทย ผู้ที่ประสงค์จะพำนักระยะสั้นในประเทศญี่ปุ่นไม่เกิน 15 วัน ไม่ว่าจะด้วยวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ หรือธุรกิจ จะต้องยื่นเอกสารในขั้นตอนการตรวจเข้าเมือง เพื่อยืนยันการมีคุณสมบัติการเข้าประเทศญี่ปุ่น* ดังต่อไปนี้
  1. ตั๋วเครื่องบินขาออกจากประเทศญี่ปุ่น
  2. สิ่งที่ยืนยันว่าท่านสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างที่พำนักในประเทศญี่ปุ่นได้ (เช่น เงินสด บัตรเครดิต เป็นต้น)
  3. ชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขติดต่อในระหว่างที่พำนักในประเทศญี่ปุ่น (เช่น คนรู้จัก โรงแรม และอื่นๆ)
  4. กำหนดการเดินทางระหว่างที่พำนักในประเทศญี่ปุ่น

คุณสมบัติการเข้าประเทศญี่ปุ่น (สำหรับกรณีการเข้าประเทศญี่ปุ่นด้วยมาตรการยกเว้นวีซ่า)

  1. หนังสือเดินทางต้องมีอายุการใช้งานเหลืออยู่
  2. กิจกรรมใดๆ ที่จะกระทำในประเทศญี่ปุ่นจะต้องไม่เป็นสิ่งที่ขัดต่อกฎหมาย และเข้าข่ายคุณสมบัติการพำนักระยะสั้น
  3. ในขั้นตอนการขอเข้าประเทศ จะต้องระบุระยะเวลาการพำนักไม่เกิน 15 วัน
  4. เป็นผู้ที่ไม่มีประวัติการถูกส่งตัวกลับจากประเทศญี่ปุ่น มิได้อยู่ในระยะเวลาของการถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศ และไม่เข้าข่ายคุณสมบัติที่จะถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศ
  • ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) เดินทางกับคณะ บริษัทฯ ขอสงวนสิท์ที่จะไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฎิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะปกติการเดินทางท่องเที่ยวกับคณะจะใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา (เล่มสีเลือดหมู)
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองห้ามผู้เดินทาง เนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือสิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสียหรือด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองได้พิจารณาแล้ว
  • บริษัทฯ ไม่อาจคืนเงินให้ท่านได้ ไม่ว่าจำนวนทั้งหมด หรือบางส่วน และบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่ทางสถานฑูต    งดออกวีซ่าให้กับท่าน อันสืบเนื่องมาจากตัวผู้โดยสารเอง
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทยงดออก เอกสารเข้าเมือง ให้กับชาวต่างชาติ หรือ คนต่างด้าวที่พำนักอยู่ในประเทศไทย
  • รายการอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เนื่องจากความล่าช้าของสายการบิน โรงแรมที่พักในต่างประเทศเหตุการณ์ทางการเมืองและภัยธรรมชาติ ฯลฯ โดยบริษัทจะคำนึงถึงความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ เนื่องจากการท่องเที่ยวนี้เป็นการชำระแบบเหมาจ่ายกับบริษัทตัวแทนในต่างประเทศ ท่านไม่สามารถที่จะเรียกร้องเงินคืน ในกรณีที่ท่านปฏิเสธหรือสละสิทธิ์ในการใช้บริการนั้นที่ทางทัวร์จัดให้ ยกเว้นจะตกลงกันเป็นกรณี บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางในกรณีที่มีผู้เดินทางต่ำกว่า 15 ท่าน โดยที่จะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้าก่อน 10 วัน

**************************************